หน้าไทย

การดำเนินคดี

แพ่ง

คดีแพ่งนั้นได้แบ่งย่อยออกเป็นหลายชนิด อย่างเช่น คดีเด็กและเยาวชน คดีแรงงาน คดีผู้บริโภค และคดีทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น ผู้ดำเนินคดีจึงต้องนำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ มิฉะนั้นศาลนั้นอาจมีคำสั่งไม่รับฟ้องหรือจำหน่ายคดีได้

ในการดำเนินคดีแพ่งทั่วไปนั้น ปกติทผู้เสียหายควรจะมีหนังสือทวงถามไปยังผู้ผิดสัญญา/ผู้ละเมิดก่อน เพราะหากฝ่ายผู้ผิดสัญญา/ผู้ละเมิด ยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหาย คดีก็อาจจะไม่ต้องนำมาสู่ศาล และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นผู้ฟ้องจะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียม โดยค่าขึ้นศาล ร้อยละ 2 ของจำนวนทุนทรัพย์ และค่านำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง รวมทั้งผู้ฟ้องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความให้ดำเนินคดี อีกทั้งการดำเนินคดีจนถึงชั้นที่สุดอาจจะใช้เวลานาน ซึ่งอาจจะไม่สมประสงค์ของผู้ฟ้องคดี แต่อย่างไรตามการดำเนินคดีอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับบางคดีหากผู้เสียหายนั้นเป็นผู้สุจริตโดยสิ้นเชิง เพราะในคำขอท้ายฟ้องนั้นผู้ฟ้องมีสิทธิจะขอให้ผู้แพ้คดีในชั้นที่สุดชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีได้ตามสมควร

คดีที่น่าสนใจในปัจจุบัน

คดีผู้บริโภค เป็นคดีที่การฟ้องนั้น ผู้บริโภคจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล อย่างไรก็ตามผู้บริโภคต้องดำเนินคดีโดยสุจริต และไม่เรียกค่าเสียหายเกินสมควร มิฉะนั้นศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้บริโภคนั้นชำระค่าธรรมเนียมศาลก็ได้

อาญา

คดีอาญานั้นผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมอบเรื่องให้กับพนักงานอัยการ การดำเนินคดีทางอาญาในฐานะที่เป็นผู้เสียหายเองนั้น ผู้ฟ้องคดีจะต้องบรรยายฟ้องและรวบรวมพยานหลักฐานให้เพียงพอ เพราะการฟ้องด้วยตนเองนั้นไม่ได้ผ่านการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนมาก่อน หากศาลเห็นว่าคดีไม่มีมูลศาลอาจพิพากษายกฟ้องได้ ดังนั้นการบรรยายฟ้องและรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีด้วยตนเองจึงเป็นเรื่องที่ผู้ฟ้องต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

อื่นๆ

การดำเนินธุรกรรมต่างๆ กับทางหน่วยงานราชการนั้นส่วนใหญ่มีค่าธรรมเนียม ฉะนั้นผู้รับบริการจะต้องเตรียมค่าธรรมเนียมตามอัตราที่หน่วยงานราชการนั้นๆ กำหนดไว้